จนแล้วน่าสงสาร ??? : โลกใบเล็กของเด็ก 9 ขวบ
- Feb 27, 2016
- 1 min read
คุณเคยเห็นภาพของคนแก่ๆ ในบ้านเก่าๆ หรือเรื่องราวของเด็กๆ ที่ต้องเดินเท้าไปโรงเรียนนับสิบๆ กม.ทุกวัน กันบ้างไหม ภาพที่ถูกถ่ายทอดตาม Social network จากผู้พบเห็น โดยที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่ยังรู้เรื่องเลย
คำถามคือ เมื่อได้เห็นภาพและเรื่องราวเหล่านั้น คุณรู้สึกอย่างไร ?
ในยุคสมัยนี้ คงไม่ใช่ประเด็นอีกแล้วที่จะมาถกเถียงว่าการค้าขายอย่างเสรีนั้นดีหรือไม่ แต่ก็มีข้อเท็จจริงหนึ่งในระบบทุนนิยมที่ทุกคนต้องยอมรับ นั่นคือ หากมีการแข่งขันกันอย่างเสรีก็ไม่มีทางที่ทุกคนจะมีทรัพย์สินเท่ากันได้ ช่องว่างระหว่างกันนี้เอง ที่เราเรียกมันว่า “ความร่ำรวย” และ “ความยากจน”
ปัญหาที่คนทั่วโลกต่างช่วยกันแก้ไขจึงไม่ใช่การกำจัดช่องว่างดังกล่าว แต่พยายามจะลดมันลงให้น้อยที่สุดได้อย่างไร แล้วเมืองไทยของเราตอนนี้คนส่วนใหญ่มองเรื่องนี้กันยังไง หรือจริงๆแล้วต้องถามว่า สำหรับ “ความยากจน”เราสื่อสารในแง่มุมอื่นกันบ้างไหม นอกจากคำว่า “น่าสงสาร”

“โลกใบเล็กของเด็ก 9 ขวบ” เป็นหนังสือจากนักเขียนชาวเกาหลีใต้ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในยุคปี 1960 – 1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศเพิ่งจะสงบจากสงครามกลางเมืองมาไม่นานนัก ผ่านประสบการณ์ของเด็กคนหนึ่งในครอบครัวยากจนที่ต้องอาศัยอยู่บนภูเขา โดยสิ่งที่เค้าได้พบเจอนั้น มีทั้งเรื่องของเพื่อนบ้านในชุมชน(แออัด)ใกล้บ้าน , มิตรภาพวัยเด็กและครูแย่ๆที่โรงเรียน ฯลฯ แต่ด้วยความไร้เดียงสาของเด็กๆ และมุมมองที่ดีจากครอบครัว ทำให้ทุกเรื่องที่พบเจอทั้งที่เป็นเรื่องแย่ๆ ก็กลับกลายเป็น “ความประทับใจในวัยเด็ก” จนเชื่อว่าหลายๆคนที่อยู่อย่างสุขสบายได้อ่านแล้ว ยังต้องอิจฉากับความประทับใจเหล่านั้น
มีอยู่ตอนหนึ่งเป็นการบรรยายถึง “ยายถ้ำ” หญิงสูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ไม่มีลูกหลานคอยดูแล แม้กระทั่งทุกคนในหมู่บ้านที่ยากจนยังรู้สึกสงสาร และไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากเป็นเหมือน “ยายถ้ำ“ ดังข้อความบางส่วนด้านล่างนี้
“แม่ มีคนที่น่าสงสารกว่ายายถ้ำมั้ย”
“เอ...อาจจะมีก็ได้นะ อย่างยายหลังบ้านเราแกยังมีบ้านมีช่องอยู่ไม่ใช่เหรอ ในโลกนี้เขายังมีคนจรจัดที่ไม่มีแม้แต่บ้านจะอยู่อีกถมเถไป”
“แล้วคนที่น่าสงสารมากกว่าคนพวกนั้นก็ไม่มีแล้วสิ”
แม่วางมือจากงานเย็บเสื้อที่ทำอยู่ หันมามองผมที่อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“ถึงจะเรียกว่าจนแต่ก็ใช่ว่าจะน่าสงสารไปเสียหมด ความจนก็คือความจนเฉยๆ แต่คนน่าสงสารที่สุดคือคนที่คิดว่าตัวเองน่าสงสารต่างหาก”
ผมรู้สึกชอบอกชอบใจกับคำพูดนี้ของแม่เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่อีกนั่นแหละ
“แล้วยายถ้ำแกคิดว่าตัวเองน่าสงสารด้วยหรือเปล่าเนี่ย”
แม่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“ไม่หรอก แกคงไม่คิดยังงั้น คนไหนๆ ก็ไม่มีใครน่าสงสารจริงๆ หรอกเพียงแค่ดูน่าสงสารเท่านั้นแหละ
ถ้าใครสักคนมีทรัพย์สินน้อยกว่าเรา ตัวเค้า “ น่าสงสาร” ใช่หรือไม่?
แล้วถ้าใครสักคนมีทรัพย์สินมากกว่าเรา ตัวเรา “ น่าสงสาร” ใช่หรือเปล่า?
การแบ่งปันให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ อาจจะเป็นอีกสิ่งดีงามของมนุษย์เรา แต่เพียงแค่เขาดำเนินชีวิตไม่เหมือนเราคงไม่แน่ว่าเรามีความสุขมากกว่าเขา หรือเราต่างหากที่ “น่าสงสาร” ที่ตกเป็นเครื่องมือของนักการตลาดแย่ๆ ที่ต้องการเพียงยอด Like และ Share อย่างไม่คิดรอบคอบของเรา
เนื้อหา + เขียน : Piya B.
ตรวจทาน + แก้ไข : Kittipong T.














Comments